news

5 สิ่งที่ต้องรู้ ขั้นตอนคนฟันผุอยากจัดฟัน

5 สิ่งที่ต้องรู้ ขั้นตอนคนฟันผุอยากจัดฟัน ฟันผุจัดฟันได้มั๊ย ผู้ที่ฟันผุจึงสามารถจัดฟันได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทันตแพทย์ดุ เพราะหมอทุกคนจะให้คำแนะนำปรึกษา ช่วยเหลือในการหาทางออกให้

โดยอาจจะมีขึ้นตอนที่มากกว่าการจัดฟันของผู้ที่มีสุขภาพฟันปกติหรือแข็งแรง รวมถึงอาจต้องใช้เวลานานกว่าบ้าง ในส่วนนี้ก็ไม่ต้องกังวล เพราะทั้งหมดก็ทำไปเพื่อให้ผู้ป่วยมีสุขภาพฟันที่ดีเหมือนเดิม และอาการฟันผุก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายแต่อย่างใด เนื่องจาก โรคฟันผุ เป็นโรคที่คนรุ่นใหม่เป็นกันเยอะ เกิดจากเชื้อโรคที่ชื่อ Streptococcus mutans ซึ่งแบคทีเรียที่ย่อยสลายอาหารประเภทน้ำตาลทำให้เกิดกรดแลคติก ที่มีฤทธิ์ในการการสลายแร่ธาตุเคลือบฟันและเนื้อฟันส่วนที่โผล่ขึ้นมาในช่องปากได้แก่แร่ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส ให้ออกจากตัวฟันจึงทำให้เคลือบฟัน ตัวฟัน และรากฟันที่โผล่พ้นออกมาจากเหงือกถูกทำลายจนเกิดเป็นโพรง หรือเป็นรูตามฟันได้ง่าย

นอกจากนี้ สภาวะปกติภายในช่องปาก มักจะมีกระบวนการเปลี่ยนแร่ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสในระหว่างชั้นผิวเคลือบฟัน และแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำลายตลอดเวลาอย่างสมดุล ทำให้ไม่มีการสูญเสียแร่ธาตุออกจากผิวฟัน แต่ในภาวะที่จุลินทรีย์มีการย่อยสลายอาหารแป้งและน้ำตาล จะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของน้ำลายเป็นกรด ทำให้สูญเสียแร่ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสออกจากตัวฟันมากกว่าการได้รับกลับคืน หากเกิดขึ้นบ่อยจะทำให้เกิดฟันผุขึ้นได้

5 สิ่งที่ต้องรู้ ขั้นตอนคนฟันผุอยากจัดฟัน

ขั้นตอนคนฟันผุอยากจัดฟัน สำหรับขั้นตอนที่เพิ่มมาของผู้ป่วยที่มีอาการฟันผุมากๆ แต่อยากจัดฟันด้วย ก็คือการรักษาฟันเบื้องต้นก่อน เพื่อให้ฟันแข็งแรง สามารถรับเครื่องมือในการจัดฟันได้ โดยการรักษาและดูแลโรคฟันผุมีวิธีดังต่อไปนี้

1. ฟันผุในระยะเริ่มแรกที่มีสีขุ่นขาว เพียงทำให้ช่องปากได้รับฟลูออไรด์ประจำทุกวัน หรือใช้ฟลูออไรด์ทำเฉพาะที่ก็จะสามารถช่วยยับยั้งการลุกลาม และทำให้การผุนี้กลับคือสู่สภาพปกติได้

2. ชั้นเคลือบฟันมีการเปลี่ยนเป็นสีดำแต่ยังไม่เป็นรูนั้น การแปรงฟันให้สะอาดอย่าสม่ำเสมอ สามารถช่วยยับยั้งไม่ให้เป็นฟันผุเป็นรูผุได้

3. หากมีการผุลุกลามจนเป็นรู แต่ไม่ลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน ต้องพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาด้วยการอุดฟัน

4. ถ้า อาการฟันผุลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน ทันตแพทย์จะตรวจดูเนื้อฟันที่มีเหลือ หากมีพอเพียงที่จะบูรณะได้ก็จะรักษาโพรงประสาทฟันและบูรณะฟันให้อยู่ในสภาพดีดังเดิมโดยการอุดฟันหรือครอบฟัน แต่หากเนื้อฟันมีเหลืออยู่น้อยเกินไปก็จะรักษาโดยการถอนฟัน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเศษอาหาร และเชื้อโรค อันจะก่อให้เกิดการติดเชื้อลุกลามไปสู่ส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้

5. กรณีที่วัสดุอุดฟันแตก ควรรีบรับการอุดฟันใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุต่อ

หลังจากรักษาฟันผุจนดีขึ้นแล้ว ทันตแพทย์จะแจ้งว่าต้องทำการถอนฟันออกกี่ซี่ ซึ่งการจัดฟันต้องมีการถอนฟันบางซี่ที่ไม่จำเป็นออก หรือฟันซี่ที่ผุมากๆออก เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว กรณีที่จำเป็นต้องใส่ฟันปลอมก่อนดัดฟัน ผู้ป่วยสามารถพิมพ์ปากทำฟันปลอมไว้ก่อน พอได้ฟันปลอมแล้วก็ถอนฟัน พร้อมใส่ฟันวันเดียวกันได้เลย ไม่มีช่วงที่ฟันหลอ กระบวนการเหล่านี้สามารถทยอยทำได้ ไม่ต้องรีบร้อน

ว่าแล้วก็มาดูข้อดีของการจัดฟันกันดีกว่าค่ะ ว่าฟันผุจัดฟันจริงๆมีมั๊ย แล้วการไปพบทันตแพทย์ อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

– ฟันผุจัดฟันมีมั๊ย ข้อดีข้อแรกเพื่อความสวยงามและเพื่อบุคลิกภาพที่ดีขึ้น การจัดฟันเป็นการศัลยกรรมฉบับที่ไม่ต้องผ่าตัด ในบางรายจัดแล้วโครงหน้าอาจเข้ารูปและดูดีมากขึ้น หรือหน้าดูเรียวมากขึ้น รวมถึงมีบุคลิกที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็น ฟันดูเป็นระเบียบสวยงาม ยิ้มสวยมากขึ้น มีโอกาสที่ดีในการสมัครงานหรือสอบคัดเลือกในกรณีที่งานหรือการศึกษาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเรื่องของบุคลิก ผู้ที่มีบุคลิกที่ดีกว่าย่อมมีโอกาสได้รับการคัดเลือกมากกว่า นอกจานั้น การมีรอยยิ้มที่สวยจะทำให้กล้าแสดงออก และมีเสน่ห์ ในสังคมมากขึ้น การจัดฟันจึงถือว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
– ฟันของเราจะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการสบฟันที่ดีขึ้น และเคี้ยวอาหารได้ดีกว่าเดิม
– สุขภาพที่ดีของช่องปากและฟันจะดีขึ้น เมื่อจัดฟันให้เข้าที่เข้าทางแล้ว การทำความสะอาดฟันจะทั่วถึง มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ไม่เกิดปัญหาฟันผุตาม จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบได้
– ลดการมีกลิ่นปาก จากการแปรงฟันไม่สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ฟันเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ การจัดฟันอาจช่วยลดปัญหากลิ่นปากได้เป็นอย่างดี
– คือการดัดนิสัยการรับประทานอาหารทางอ้อม จัดฟันแล้วนึกจะกินอะไรก็กินได้เลยเหมือนแต่ก่อนคงทำไม่ได้
– พูดชัดมากขึ้น กรณีผู้ที่มีปัญหาเรื่องฟันห่างหรือฟันมีลักษณะการสบฟันหน้าแบบสบเปิด หลังจัดฟันเสร็จแล้วจะช่วยให้มีการออกเสียงพูดได้ถูกต้องและชัดเจนมากขึ้น

Back To Top