news

Samsung Galaxy Note 10+ สัมผัสสุดยอดประสบการณ์สมาร์ทโฟน

Samsung Galaxy Note 10+ สัมผัสสุดยอดประสบการณ์สมาร์ทโฟน หลังจาก Samsung Galaxy Note 10 Series สมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดของ ซัมซุง เปิดตัวในประเทศไทยก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างมาก เรียกได้ว่ากระแสดีเกินคาดเลยละครับ โดยในปีนี้เป็นครั้งแรกที่เปิดตัวออกมาให้เลือกหลายโมเดล ได้แก่ Samsung Galaxy Note 10 และ Samsung Galaxy Note 10+ ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ที่สวยงาม มีความบางและเบาที่สุดเท่าที่ Galaxy Note Series เคยมีมา เป็นจุดเด่นที่ทำให้รู้สึกทึ่ง และประทับใจมากๆ

รวมทั้งหน้าจอ Dynamic Amoled แบบ Cinematic Infinity O Display ปรับปรุงใหม่ ที่มอบประสบการณ์ความบันเทิงสมบูรณ์แบบ พร้อมกล้องหลัง 4 ตัว และกล้องหน้าคุณภาพสูง การันตีการเป็นกล้องถ่ายภาพที่ดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนนกล้องจาก DxOMark นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบกันสั่นที่ดีที่สุด แถมยังมาพร้อมชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charge และฟีเจอร์ใหม่ของ S Pen ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายยิ่งขึ้น และสนุกได้มากกว่าที่เคย

Unbox Review : แกะกล่อง Samsung Galaxy Note10+ สมาร์ทโฟนประสิทธิภาพทรงพลังและดีไซน์เหนือชั้น
สำหรับราคาวางจำหน่าย Samsung Galaxy Note 10 Series ในประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้ครับ
Samsung Galaxy Note 10
รุ่นความจุ RAM 8GB และ ROM 256GB ราคา 32,900
จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Black และ Aura Pink
Samsung Galaxy Note 10+
รุ่นความจุ RAM 12GB และ ROM 256GB ราคา 37,900
และรุ่นความจุ RAM 12GB และ ROM 512GB ราคา 40,900
โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Black และ Aura White
สำหรับในรีวิวนี้ เราจะมาพูดถึง Samsung Galaxy Note 10+ มาดูกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะน่าประทับใจขนาดไหน สำหรับสีที่ผมได้รับมารีวิวจะเป็นสียอดนิยมอย่าง Aura Glow ดูโดดเด่น และสวยงามมากๆ เป็นสมาร์ทโฟนที่ยิ่งสัมผัสยิ่งชอบ จนอยากซื้อมาใช้เองเลยละ ใครสนใจแนะนำครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน

การเชื่อมต่อ
Samsung Galaxy Note 10+ มาพร้อมการเชื่อมต่อดังนี้
GSM 850 / 900 / 1800 / 1900
HSDPA 850 / 900 / 1700(AWS) / 1900 / 2100
LTE band 1(2100), 2(1900), 3(1800), 4(1700/2100), 5(850), 7(2600), 8(900), 12(700), 13(700), 14(700), 18(800), 19(800), 20(800), 25(1900), 26(850), 28(700), 29(700), 30(2300), 46, 48, 66(1700/2100), 71(600) – SM-N975U1
HSPA 42.2/5.76 Mbps, LTE-A (7CA) Cat20 2048/150 Mbps
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
Bluetooth 5.0, A2DP, LE, aptX
NFC
GPS, A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO
USB Type-C 3.1

การประมวลผล
Samsung Galaxy Note 10+ มาพร้อมรายละเอียดสเปค และผลคะแนนทดสอบดังต่อไปนี้
หน้าจอ Dynamic AMOLED แบบ Cinematic Infinity O Display ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด QHD+1440 x 3040 pixels (498 ppi) อัตราส่วน 19:9 กระจก Corning Gorilla Glass 6 รองรับ HDR10+
ชิปเซ็ต Exynos 9825
CPU Octa-core (2×2.73 GHz Mongoose M4 & 2×2.4 GHz Cortex-A75 & 4×1.9 GHz Cortex-A55)
GPU Mali-G76 MP12
RAM 12GB
ROM 256GB และ 512GB (รองรับ MicroSD สูงสุด 1TB)
เซ็นเซอร์ Fingerprint (under display, ultrasonic), accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
Always-on display
Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
กันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP68 (ป้องกันน้ำลึก 1.5 เมตรนาน 30 นาที)
ปากกา S Pen รองรับ Bluetooth และมีเซ็นเซอร์ accelerometer, gyro

ผลทดสอบของ Samsung Galaxy Note 10+
ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น AnTuTu Benchmark ทำไปได้ 348,783 คะแนน
ทดสอบ MultiTouch รองรับ 10 จุด
ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น AndroBench ทำความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 1525.34 MB/s และการเขียน 587.69 MB/s (UFS 3.0 Storage)
ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น Screen Info หน้าจอ 60 FPS
รองรับ DRM L1 สามารถรับชม Netflix HD
ทดสอบสัญญาณ GPS จับสัญญาณได้อย่างรวดเร็วดีมาก

แบตเตอรี่
Samsung Galaxy Note 10+ มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,300 mAh รองรับชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charge, รองรับชาร์จไร้สาย Wireless Charging 2.0 ชาร์จเร็ว 20W และ รองรับ Reverse Charging (PowerShare) สามารถทำให้สมาร์ทโฟนของเรากลายเป็นแท่นชาร์จไร้สาย สามารถชาร์จให้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่น หรือชาร์จอุปกรณ์เสริมอย่าง Samsung Galaxy Buds ได้ครับสะดวกมากๆเลย โดยในกล่องจะแถมอะแดปเตอร์ Super-Fast Charging 25W มาให้นะครับ (โดยอะแดปเตอร์ Super-Fast Charging 45W จะมีวางจำหน่ายแยก ราคาอยู่ที่ 1,290 บาท)
จากการทดสอบแบตเตอรี่ถือว่าอึดขึ้นกว่าตอน Samsung Galaxy S10+ นะครับ แต่ก็ไม่ถึงกับอึดมาก ถ้าใช้งานเยอะๆ ก็ควรจะพก Power Bank นะครับ แต่โดยรวมถือว่าน่าพอใจทีเดียว และรุ่นนี้รองรับชาร์จเร็วมาตรฐานสูง ทำให้เราพกที่ชาร์จไปชาร์จไฟในร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน เพียงไม่นานก็สามารถใช้งานต่อได้ทั้งวันแล้วโดยไม่มีสะดุด

Back To Top